อะแฮ่ม... ในที่สุดก็แปลเสร็จเสียที ดองมั่งอู้มั่งตั้งหลายเดือน ทั้งที่ควรจะเสร็จตั้งนานแล้ว เอามาลงบล็อกนี่ก็กะจะขอแรงให้ช่วยอ่านและวิจารณ์ก่อน เพื่อจะได้เอาไปแก้ไขอีกหนก่อนลงเวป เพราะงั้น ใครว่างๆ ก็ช่วยทีนะจ๊ะ ฟิก Y แฮร์รี่/ป๋าเนป เหมือนเดิม

แล้วครั้งนี้ก็ติดเรท (อีกแล้ว) จริงๆ ขนาด NC-17 นะ.... เผื่อไงจะได้ทำใจไว้ก่อน แฮะๆ

 


 

The Familiar

Written By: Resonant (resonant8@att.net)

Translated By: Choco (chocochan@hotmail.com)

Archive: in medias Res (http://www.trickster.org/res/)

Rating: NC-17

Pairing: HP/SS

Disclaimer: Resonant เป็นคนแต่งแฟนฟิกเรื่องนี้ จากเรื่องแฮร์รี่พอตเตอร์ต้นฉบับของ JKR ส่วน Choco น่ะแค่คนแปลให้เป็นภาษาไทย โดยได้รับอนุญาตจากผู้แต่งเรียบร้อยแล้วจ้ะ

Notes: ฟิกเรื่องนี้คนเขียนเขาแต่งขึ้นมาก่อนแฮร์รี่เล่ม 5 จะออกวางแผง (ก่อนซิริอัสจะตาย) โดยมีแรงบันดาลใจจากบทกลอนของเด็ก (อันที่นำมาใช้นำเรื่องและปิดเรื่องนั้นแหละ) โดยเขาคิดว่า "เฮ่ คงตลกดีนะถ้าสเนปต้องจำใจมีสัตว์เลี้ยง" แล้วก็นึกอีกว่า "อ๊ะ น่าสนุกจังถ้าสัตว์เลี้ยงนั่นคือแฮร์รี่" หุหุ แล้วก็กลายมาเป็นเรื่องนี้จนได้ แต่อย่าคิดมากน่า มันก็เป็นเรื่องสัตว์เลี้ยงจริงๆ นา...

Warning: มีความ Y เกิน 1000% เด็ก สตรีมีครรภ์ คนชรา และชายหนุ่มทั้งแท่งไม่ควรอ่าน โปรดอ่านคำเตือนทุกครั้งก่อนอ่านฟิก ฟิกนี้เรท NC-17 เชียวนะ แปลว่าสุดๆ นะเออ เตือนแล้วนะ ถ้าเปลี่ยนใจก็ยังทันนะ ไม่งั้นขืนอ่านแล้วเป็นอะไรไปไม่รับผิดชอบด้วย!!

Summary: เมื่อยาที่ปรุงมันเกิดผิดพลาด... ไปนี๊ด...

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Be kind and gentle to the frog,
And do not call him names,
As "Slimy-Skin," or "Polly-wog,"
Or likewise, "Ugly James."

สเนปได้ยินเสียงสนทนาแว่วมาจากระเบียงทางเดินและตั้งสติมั่น นักเรียนชั้นปีที่ 7 บ้านสลิธีรินกับกริฟฟินดอร์กำลังจะจบการศึกษาภายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า มีบางครั้งที่เขาหวนหาอาวรณ์ถึงสนามรบซะเหลือเกิน

เสียงพอตเตอร์ดังขึ้นก่อน เขาเลียนเสียงเครือแผ่วหวิวของซีบิลล์ ทรีลอว์นีย์ได้คล้ายทีเดียว "โรควิตกกังวลหลังเผชิญเหตุการณ์รุนแรงจะก่อให้เกิดอุปสรรคมากมาย โดยเฉพาะกับพวกที่มีอารมณ์อ่อนไหวนะจ๊ะ เธอจ๋า...."


"อารมณ์อ่อนไหวกะผีน่ะสิ!" นั่นคงเป็นวีสลีย์ เสียงเขาเครียด "อยากเห็นหล่อนเรียกนายว่าคนอ่อนไหวนักเชียว ตอนที่นายร่ายคำสาปพิฆาตใส่ไอ้ชาติ-"

"รอน!" เสียงปรามของเกรนเจอร์กลบคำว่า "อย่าน่า" ของพอตเตอร์เกือบสนิท

"แต่ อารมณ์อ่อนไหว เนี่ยนะ ฉันหมายความว่าเขาน่ะเป็นวีรบุรุษเชียวนะ เดี๋ยวปีหน้าคนก็จะจัดงานฉลองวันแฮร์รี่ พอตเตอร์-"

"ไสหัวไปเลย รอน" พอตเตอร์ว่า ตอนนี้พวกเขามาถึงหน้าประตูแล้ว และเขาก็ลดเสียงลงหน่อย แต่ยังไม่มากพอ "ฉันจะเปลี่ยนชื่อซะ" เขาโยนถุงหนังสือลงบนพื้นข้างๆ เก้าอี้

เกรนเจอร์วางหนังสือของตัวเองเป็นตั้งอย่างเรียบร้อยบนโต๊ะถัดไป "ฉันรู้ว่าเธอเกลียดการเป็นคนดัง แต่ลองคิดดูสิว่ามันจะ มีประโยชน์ มากแค่ไหน ถึงยังไงตอนนี้พวกเรื่อง ... เอ่อ นั่นแหละ... เรื่องร้ายๆ ทั้งหมดมันก็จบลงแล้ว เธอจะไปไหนก็ได้ตามใจเธอหลังเรียนจบ ที่ไหนก็ได้ทั้งนั้นละ"

"ฉันไม่สนหรอกว่าจะไปไหน" พอตเตอร์กระแทกเสียง "ขอแค่ไม่ใช่ที่นี่ก็พอ"

เมื่อแรกสเนปได้เตรียมการสอนไว้ในเรื่องคุณสมบัติทางเวทย์มนต์ของกำมะถัน ซึ่งใช้ได้อย่างกว้างขวางตั้งแต่สะท้อนคำสาปกลับจนถึงเป็นส่วนผสมพื้นฐานของยาพิษอย่างง่าย แต่ทว่าน่าเสียดายอยู่เหมือนกันที่สารประกอบกำมะถันหลายตัวอาจระเบิดได้ง่าย เขาจึงจำใจเปลี่ยนมาสอนเรื่องการปรุงยารักษาชั้นสูงแทน แค่พวกนักเรียนเองนี่ก็ปึงปังโครมครามกันเกินพอแล้ว

เขากวาดตามองไปทั่วห้องเรียน เป็นอีกครั้งที่สังเกตเห็นเก้าอี้อันว่างเปล่า คู่แฝดพาติลคนหนึ่งตายระหว่างการสู้รบ อีกคนก็กึ่งอัมพาตอยู่ในโรงพยาบาลเซนต์มังโก ส่วนมัลฟอย...

เอาเถอะ ยิ่งพูดถึงตระกูล นี้ น้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น เจ้าเด็กมนุษย์ถ้ำลูกกระจ๊อกของมัลฟอยทั้งสองคนไม่แน่ใจว่าจะทำอะไรดีเมื่อหัวหน้าของพวกตนเสียชีวิตไปแล้ว ก็เลยไปเกาะแจอยู่กับแพนซี่ พาร์คินสันแทน ตาของเธอแดงช้ำ ปากก็เม้มสนิทแน่น และไม่ยอมถอดเสื้อคลุมออกเลย เสื้อคลุมซึ่งเธอกลัดไว้ชิดลำคอด้วยเข็มกลัดอันหรูประดับลวดลายขวานและงูพิษอันเป็นตราประจำตระกูลมัลฟอย

แขนขวาของลองบัตท่อมถูกตรึงไม่ให้ขยับด้วยคาถาเชื่อมกระดูก แต่เขาก็มีท่าทีสงบเยือกเย็นอย่างไม่สมตัวขณะใช้มือซ้ายเติมส่วนผสมลงในหม้อใหญ่ที่เขาใช้ร่วมกับเกรนเจอร์ เห็นได้ชัดว่า ไม่ว่าเขาจะเคยหวาดหวั่นกับอะไรมาก่อนในอดีต เมื่อเร็วๆ นี้เขาก็ได้พบเห็นสิ่งที่สยดสยองยิ่งกว่าไปแล้ว

ส่วนพอตเตอร์ก็เหมือนเคย เขาทำตัวสับสนลุกลี้ลุกลน กวาดสายตาเลิ่กลั่กกลับไปมาจากหม้อปรุงยาไปยังมือของวีสลีย์แล้วต่อไปยังหน้าของสเนป ในแบบที่รับประกันได้เลยว่าจะดึงความสนใจไปยังพวกเขาทั้งคู่ เขาทำได้อย่างไรกันนะ ที่ช่างทำตัวเป็นเป้าสายตาเสียเหลือเกินในนี้ แต่กลับแนบเนียนจนแทบจะไม่มีใครมองเห็นตัวเขาเลยในสนามควิดดิช นี่ยังคงเป็นปริศนาสำหรับสเนปอยู่ แต่ก็ถือเป็นโชคดีทั้งของเจ้าเด็กนี่และโลกเราแล้วละ ที่ท้ายสุดแล้วการสู้รบของเขามันคล้ายกับเกมควิดดิชมากกว่าบทเรียนวิชาปรุงยา

ไม่ต้องสงสัยเลย เขาคงกำลังพบว่าเป็นเรื่องยากที่จะเปลี่ยนตัวเองจากนักรบกลับมาเป็นเด็กนักเรียนดังเดิม ก็เหมือนเพื่อนร่วมชั้นของเขานั่นแหละที่ท้ายสุดแล้วเขาก็ยังไม่สำเหนียกอยู่ดีว่าหากใช้ความสุขุมอีกสักหน่อย ก็อาจจะทำให้อะไรอีกหลายอย่างมันง่ายขึ้น

"มิสเตอร์วีสลีย์" สเนปกล่าวด้วยเสียงนุ่มนวลชวนสยองเป็นที่สุด "ฉันพอจะจำได้นะ ว่าฉันบอกให้ บด เมล็ดป๊อปปี้ แล้ว ค่อยๆ โรย ลงในหม้อ ไม่ใช่โยนโครมลงไปทั้งเมล็ดลุ่นๆ ยังกับจะทำเค้ก"

"เขาทำ ถูก แล้วน่า" พอตเตอร์โต้อย่างรุนแรง พอตเตอร์พูดทุกสิ่งอย่างใช้อารมณ์รุนแรง พลังงานที่เจ้าเด็กคนนี้ใช้ช่างสูญเปล่าไปเยอะจนน่าใจหาย "ผมจะพิสูจน์ให้คุณดู ผมดื่มเอง"

"ความเชื่อมั่นในตัวเพื่อนของเธอมันมากมายล้นเหลือเสียจริงๆ นะ มิสเตอร์พอตเตอร์" สเนปตอบ "ฉันล่ะหวังว่าจะมั่นใจในความฉลาดของเธอได้มากขนาดนั้นเหมือนกัน ยาย้อนอายุเป็นยาที่มีผลรุนแรงมากต่อระบบร่างกาย มันประกอบด้วยส่วนผสมชนิดต่างๆ กันถึงสามโหล วัตถุดิบแต่ละอย่างต้องจัดเตรียมไว้ในรูปแบบเฉพาะเจาะจง แถมแค่เปลี่ยนส่วนผสมไปแม้แต่นิดเดียวก็สามารถทำให้ -"

พอตเตอร์กระดกทัพพีดื่มยาของวีสลีย์เข้าไปเรียบร้อยแล้วแบบเต็มๆ ทัพพี

เป็นเวลาชั่วขณะที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น "เห็นมะ?" พอตเตอร์ว่า "คุณมั่นใจซะเหลือเกินว่ารอนทำพลาดแบบคอขาดบาดตาย แต่ที่จริงคุณนั่นแหละที่ -"

มีเสียงอากาศหมุนดังฟิ้ว แล้วพอตเตอร์ก็หายวับไป ในความเงียบกริบมีใครสักคนหลุดเสียงอุทานออกมา

สเนปเดินเข้าไปตรงตำแหน่งที่เด็กหนุ่มเพิ่งยืนอยู่เมื่อครู่ ตรงนั้นมีเสื้อผ้าวางอยู่กองหนึ่ง สิ่งที่นั่งอยู่บนกองเสื้อ กระพริบตาปริบๆ ผ่านแว่นตาอันกระจิ๋วหลิว ก็คือกบสีเขียวตัวใหญ่

"ควิดดิช" เสียงร้องอ๊บของเจ้ากบฟังคล้ายเช่นนั้น

~*~*~*~

 

 

"หมายความว่ายังไง ที่ว่าอาจารย์ทำไม่ได้น่ะ?" วีสลีย์ถาม

สเนปถูนวดตาข้างซ้ายของเขาเพื่อให้มันหยุดกระตุก "มิสเตอร์วีสลีย์ ฉันก็หมายความว่า" เขาพูด "ด้วยความประมาทเลินเล่อ เธอได้ผสมน้ำยาเปลี่ยนร่างเป็นสัตว์ซึ่งปกติแล้วปรุงได้ยากมากสำเร็จน่ะสิ ฉันคิดว่าน่าจะเป็นผลของการใช้เมล็ดสไมแลคซ์แทนที่จะเป็นดอกของมัน นอกเหนือไปจากนิสัยชุ่ยๆ ของเธอที่ชอบโยนส่วนผสมทุกอย่างโครมๆ ลงไปด้วยความรีบร้อนอย่างไม่น่า -"

"แต่แฮร์รี่ล่ะ! ต้องใช้อะไรถึงจะเปลี่ยนร่างเขากลับได้?"

"เวลาไง มิสเตอร์วีสลีย์" สเนปกล่าว "เวลาจะทำให้เพื่อนของเธอกลับสู่ร่างเดิม จะให้ระบุแน่ๆ ก็คือ ณ เวลาคือตะวันตกดิน ในวันที่ดวงอาทิตย์โคจรรอบเส้นศูนย์สูตรจนทำให้กลางวันกับกลางคืนยาวเท่ากัน - วันที่ 22 กันยายน ฤดูใบไม้ร่วงโน่นน่ะ"


"เดือนกันยายน น่ะเหรอ?" เกรนเจอร์ร้อง "แต่เขาก็จะพลาดการสอบ ส.พ.บ.ส. นะคะ!"

"ไม่กลาย เป็น ตัวนิวท์*ไปก็ดีเท่าไหร่แล้ว" พาร์กินสันเยาะ แครบกับกอยล์ซึ่งยืนขนาบข้างเธอหัวเราะกันคิกคัก สเนปรู้สึกใจหายขึ้นมาวูบหนึ่งกับการสูญเสียมัลฟอย ถึงเขาจะเป็นทั้งเด็กร้ายกาจและผู้ทรยศ เขาก็ยังเป็นคนเดียวในบ้านสลิธีรินที่มีปฏิภาณไหวพริบสูงกว่าคนอื่นๆ

"โธ่ แฮร์รี่" เกรนเจอร์โอ๋เจ้ากบ "เธอสบายดีรึเปล่าเนี่ย?"

"เขาไม่ใช่แอนนิเมจัสนะ มิสเกรนเจอร์ เขาเป็นกบ" ให้ตายสิ คุณต้องคิดว่าการที่หล่อนอ่านหนังสือไม่ได้หยุดได้หย่อนน่าจะทำให้หล่อนรู้ความจริงข้อนี้ดีอยู่แล้วเชียว "เขาไม่สามารถเข้าใจสิ่งที่เธอพูด หรือตอบคำถามเธอได้หรอก เขาคิดแบบกบ ร้องแบบกบ เข้าใจอะไรๆ เท่ากับกบนั่นแหละ"

"ควิดดิช" เจ้ากบว่า

~*~*~*~

"นี่มันเรื่องไม่ธรรมดาจริงๆ เลยนะ เซเวอร์รัส ไหนคุณว่ามันไม่มีทางถอนคำสาปให้เขาได้เลยรึ"

"ผมกับมิเนอร์วาพยายามทุกวิถีทางแล้ว อัลบัส แต่เขาก็ยังเป็นกบ และจะเป็นกบต่อไป อย่างน้อยก็จนกว่าจะถึงฤดูใบไม้ร่วงน่ะแหละ"

"ผมว่านี่คงจะเป็นอีกเรื่องที่ตอกย้ำให้เห็นถึงความหัวดื้ออันเป็นตำนานของพอตเตอร์เขาละมัง" ดัมเบิลดอร์ดันแว่นขึ้นแล้วจ้องมองดูเจ้ากบ มันจ้องตอบ "เอาล่ะ เอาล่ะ พ่อหนุ่มน้อย เราจะปล่อยเธอไว้ข้างนอกให้เสี่ยงกับโดนนกกระสาโฉบไปกินรึอะไรทำนองนั้นไม่ได้หรอก แต่เราจะพยายามให้เธออยู่อย่างสะดวกสบายที่สุดเท่าที่จะทำได้ละนะ"

"ควิดดิช" เจ้ากบพูด

"ใช่ทีเดียว" เขาหันไปหาสเนป "อากาศชื้นๆ แสงแดดสลัว ปกป้องจากลมฟ้าอากาศ และอื่นๆ -"

สเนปรู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น "ผมแน่ใจเลยว่ามีสถานที่ตั้งมากมายที่จะเอาเจ้าสัตว์ตัวนี้ไปเก็บไว้ อย่างกระต๊อบโทรมๆ ของแฮกริด -"

"เซเวอร์รัส ผมมั่นใจว่าที่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเขาคือห้องพักของคุณ" ท่านอาจารย์ใหญ่พูดต่อไปราวกับไม่ได้ยินที่สเนปพูดขัด

สเนปคลึงตาซ้ายของตน "ครับ อัลบัส"

~*~*~*~

สเนปวางกบลงบนโต๊ะในห้องนั่งเล่นของเขา มันมองดูเขาลอดแว่นอันแสนพิลึกพิลั่นของมัน

เขาหยิบชามก้นตื้นขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่หาได้ออกมา ล้างจนสะอาด แล้วเติมน้ำลงไป เขาจับเจ้ากบหย่อนลงไป มันหล่นจ๋อมลงไปในน้ำตื้นๆ แล้วจ้องหน้าเขาอย่างคาดหวัง

สเนปถอนใจ "แอกซิโอ แมลงวัน" เขาพูด เคาะฝ่ามือตัวเองด้วยไม้กายสิทธิ์

เจ้ากบนั่งจ่อมอยู่ในน้ำพลางกระพริบตาใส่เขา น่าประหลาดที่ส่วนขาของแว่นตาดูเหมือนจะหายไประหว่างการแปลงร่าง ซึ่งก็ดีแล้วเพราะตอนนี้มันไม่มีใบหู ตาสีเขียวของเจ้ากบมองผ่านเลนส์คู่จิ๋วมายังเขา มันดูชื้นๆ และไม่อนาทรร้อนใจอะไร

"ฮึ" สเนปพูดออกมาดังๆ "ถือว่าพัฒนาขึ้นนะนี่"

~*~*~*~

"อะ-อาจารย์ครับ?"

สเนปเลิกคิ้วใส่วีสลีย์ ผู้ซึ่งยืนบิดชายเสื้อคลุมออกงานตัวใหม่อยู่หน้าประตูห้องนั่งเล่นของสเนป เกรนเจอร์ยืนแอบอยู่หลังเขาครึ่งๆ ตัว

"แล้วจะทำยังไงกับแฮ - กับกบต่อไปครับ?"

"เราจะเลี้ยงมันไว้อย่างปลอดภัยตลอดปิดเทอมฤดูร้อน มิสเตอร์วีสลีย์ เมื่อมิสเตอร์พอตเตอร์กลับคืนสู่ร่างเดิม เราจะคืนไม้กายสิทธิ์ให้เขา ลูบหัวเขาสักที แล้วอวยพรอำลาให้ไปดี เหมือนกับที่เราเพิ่งทำกับพวกเธอทั้งหมดไปหยกๆ นี่ไง"

"ผมแค่คิดว่า" วีสลีย์พูดต่อ "ว่าเขา- ว่าน่าจะเอามันมาอยู่กับผมที่บ้าน ตอนหน้าร้อนนี้น่ะฮะ"

"หือ ไหนดูซิ" สเนปว่า แสร้งทำท่าครุ่นคิด "ใช้เวลาตลอดฤดูร้อนอยู่ที่บ้านของครอบครัววีสลีย์ - ซึ่งก็อบอุ่นดีทีเดียว ไม่ใช่รึ? ผู้ดูแลมังกรที่ลาพักร้อนมาฟักไข่ซาลามานเดอร์ในเตาผิง พวกโรคจิตชอบกลั่นแกล้งคนอีกสองรายที่กำลังมองหาสัตว์ทดลอง วีรสตรีสาวน้อยที่กำลังลำพองกับชัยชนะ ลูกจ้างกระทรวงที่ทำงานหนักเกินตัวจนประสาทเสีย แม่ม่ายที่พยายามจะรักษากฎระเบียบที่เหลืออยู่แค่น้อยนิดในบ้าน ไก่สิบห้าตัว เป็ดสิบเอ็ดตัว โนมอีกหลายโหลในสวน แล้วก็..... อ้อ ตัวเธอเองด้วยสินะ มิสเตอร์วีสลีย์?"

เด็กหนุ่มสะอึก แต่ไม่มีทีท่าว่าจะแย้งคำบรรยายชีวิตในบ้านของเขาที่สเนปร่ายยาวมา เขามองตาเจ้ากบ มันจ้องตอบ

"ตอนนี้เพื่อนของเธอไม่อยู่ในสภาพที่จะรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของเธอหรอก" สเนปบอกเขา "พอถึงฤดูใบไม้ร่วง เมื่อเขากลับเป็นมนุษย์และพร้อมจะเตรียมตัวเข้าสอบ ส.พ.บ.ส. เธอค่อยมาเยี่ยมเขาที่นี่ก็แล้วกัน ส่วนตอนนี้ ฉันขออวยพรให้เธอโชคดีกับงานที่กระทรวง - " เขาจับมือกับวีสลีย์ "และโชคดีกับมหาวิทยาลัยนะ มิสเกรนเจอร์ -" เขาจับมือเธอเช่นกัน "สวัสดี ทั้งสองคน"

~*~*~*~

เมื่อบรรดานักเรียนกลับบ้านไปหมดหลังปิดภาคเรียน อาจารย์ส่วนใหญ่ก็ออกจากโรงเรียนไปเช่นกัน กระนั้นก็มีเพียงไม่กี่คนที่ยอมรับอย่างเปิดเผยว่าตนอยากไปเที่ยวให้สนุกสุดเหวี่ยง ที่เหลือก็ยังปากแข็งพร่ำพูดเรื่องพิลึกกึกกือเกี่ยวกับวันถือศีลของพ่อมดแม่มด แถมพวกนี้ยังไม่มีใครพูดอะไรสักคำเดียวเมื่อเดินทางกลับมาจากสิ่งที่ควรจะเป็นการจาริกแสวงบุญที่ขั้วโลกเหนือ ทั้งๆ ที่ผิวเป็นสีแทนจัด แถมใส่เครื่องประดับที่ทำจากปะการังเสียอีกแน่ะ

สเนปมักจะถือโอกาสที่ฮอกวอตส์เงียบสงัดในช่วงปิดภาคฤดูร้อนมาทำการทดลองค้นคว้า ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม และปรุงส่วนผสมพื้นฐานของยาชนิดต่างๆ ที่ต้องใช้ในการเรียนการสอนตลอดปีหน้า ความสงบสุขในปีนี้ถือว่าน่ายินดียิ่งกว่าปีก่อนๆ มากทีเดียว

ความเงียบสงัดในห้องทดลองถูกขัดจังหวะเพียงชั่วครั้งคราวด้วยเสียงเดือดปุดของยาในหม้อและเสียงกรอบแกรบจากครกบดยา เจ้ากบนั่งเรื่อยเฉื่อยอยู่ในชามอ่างของมัน นานๆ ครั้งจึงจะกระโดดลงไปในน้ำลึก แล้วก็ปีนกลับมานั่งอยู่ตรงขอบชาม พิศดูเขาไปพลาง

สเนปเสกคาถาเรียกแมลงปอให้มัน "ยังกะว่าแกจะซาบซึ้งในบุญคุณของฉันนักนี่" เขาว่า

~*~*~*~

 

ดวงอาทิตย์เยี่ยมหน้าออกมาแวบเดียวในวันที่สี่หลังจากปิดเทอม สเนปเดินตัดสนามโรงเรียนไปเดินทอดน่องตามแนวลำธาร หนึ่งในหลายสายที่ไหลลงสู่ทะเลสาบ

เขานำก้อนหินแบนๆ ผิวเรียบลื่น ขนาดต่างๆ กันกลับมาด้วยราวครึ่งโหล และวางหินพวกนี้ลงในชามอ่างกบ

เจ้ากบกระโดดขึ้นไปบนหินก้อนหนึ่งทันที มันนั่งจ่อมอยู่ในน้ำครึ่งตัว

"เขาว่ากันว่า ความหลากหลายคือรสชาติของชีวิต" เขาบอกมัน

~*~*~*~

 

ในคืนขึ้นหนึ่งค่ำของเดือนกรกฎาคมสเนปไม่ได้ปิดม่านรอบเตียง เขาถูกปลุกโดยผีของลูเซียสกับเดรโก มัลฟอยซึ่งปรากฏกายขึ้นตรงซอกเว้าของผนังห้อง ร่างของผีทั้งคู่เรืองแสงจางๆ เมื่อพวกมันถลึงตา ลูเซียสจ้องเขม็งไปที่สเนป ส่วนเดรโกก็จ้องเจ้ากบ

"เพื่อนในวัยเด็กของฉัน" ลูเซียสเหยียดเยาะทันทีที่แน่ใจว่าสเนปหันมาเห็น "เพื่อนยากในวัยเยาว์ ท้ายสุดก็กลับกลายเป็นผู้ทรยศ..." เขาพุ่งเข้าใส่สเนป แขนทั้งคู่ที่ยื่นตรงมาอาบไปด้วยหยาดเลือด - มารยามากไปหน่อย เพราะอันที่จริงเขาโดนสาปตายคาที่โดยไม่เสียเลือดสักหยด สเนปสะท้านเยือกเมื่อผีลูเซียสผ่านทะลุตัวเขาไป แล้วตั้งท่าจะพุ่งเข้ามาอีกรอบ

ในขณะเดียวกันเดรโกก็กำลังย่างสามขุมเข้าหาเจ้ากบ กวัดแกว่งเงาลางๆ ของไม้กายสิทธิ์อยู่ในมือ "แกทำลายชีวิตฉัน" เขาครวญคราง "ฉันยังไม่ทันจะพ้นวัยรุ่นด้วยซ้ำ แฮร์รี่ พอตเตอร์ผู้ยิ่งใหญ่ฆ่าเด็กๆ เพียงเพื่อความสะใจ ..."

"โธ่เอ๊ย ไม่เอาน่า" สเนปว่า "นี่มันชักจะน้ำเน่าไปกันใหญ่แล้ว ถึงจะเป็นพวกมัลฟอยก็เถอะ ไม่รู้สึกกันมั่งรึไง? Exadigo" ผีทั้งสองตนหายวับไป

เขานอนลงอีกครั้ง แต่ความง่วงหมดไปเสียแล้ว หลังจากพยายามข่มตานอนอย่างไร้ผลอยู่ครึ่งชั่วโมง เขาก็ลุกขึ้น เข้าไปในห้องน้ำแล้วเติมน้ำอุ่นลงในอ่าง จากนั้นเขากลับมายกชามอ่างเข้าไปในห้องน้ำแล้ววางมันลงบนพื้น เจ้ากบปิดตาลงอย่างสุภาพขณะที่เขาถอดเสื้อคลุมนอนออก

ทั้งสองนั่งแช่น้ำอยู่นานทีเดียว

"ควิดดิช" เจ้ากบพูดเซ็งๆ

"เห็นด้วยเต็มที่เลย" สเนปกล่าว

~*~*~*~

สเนปกรอกยาสกัดกั้นการหายตัวลงในขวดใบใหญ่แล้วปิดจุก "เราลงเวทย์ป้องกันอาณาเขตกันใหม่ทุกวันขึ้นหนึ่งค่ำ" เขาบอก "มีนักเรียนไม่กี่คนที่รู้ว่าการหายตัวถูกจำกัดไม่ให้ทำได้ในฮอกวาร์ต แต่แทบจะไม่มีใครเลยในจำนวนนั้นที่รู้ว่านโยบายมีขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่และเพราะอะไร"

"ปุจฉา" เจ้ากบพูด

สเนปตวัดสายตาคมกริบมองมัน มันตวัดลิ้นคว้าจิ้งหรีดดวงซวยที่บังเอิญผ่านมาเข้าปากโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่นิดเดียว

~*~*~*~

สเนปเทใบฮาร์ทสทังหนึ่งช้อนพูนลงในหม้อใหญ่แล้วคน นับพึมพำไปด้วยจนกระทั่งส่วนผสมเริ่มข้นขึ้น

"ยี่หร่า" เจ้ากบพูด

สเนปเลิกคิ้วข้างหนึ่งใส่มัน "เฉพาะถ้าเธออยากให้ผิวที่เกิดใหม่บนรอยแผลกลายเป็นสีม่วงเท่านั้นแหละ"

~*~*~*~

"แอกซิโอ แมลงวั --"

"มินเนาว์" เจ้ากบพูด

สเนปขมวดคิ้วใส่มัน "เอ้า ก็ได้" เขาว่า "แอกซิโอ ปลามินเนาว์"

~*~*~*~

สัปดาห์แรกของเทอมมักจะเป็นสัปดาห์ที่ยุ่งมาก สเนปสอนหนังสือและประชุมบ้านนานวันละหลายชั่วโมง เขากลับห้องเมื่อดึกมากแล้วเท่านั้น

หลังจากวันที่สาม เขาย้ายชามอ่างกบไปวางไว้ตรงที่ที่มีอากาศสดชื่นและแสงแดดอ่อนๆ ผ่านเข้ามาทางช่องเล็กๆ ที่ฝังอยู่ในกำแพง ให้มันได้มองเห็นอะไรต่อมิอะไรเสียบ้างก็ดี

"ควิดดิช" มันพูด

"ไม่เป็นไรมิได้"

~*~*~*~

ตอนเย็นของวันที่ 22 กันยายน ในฤดูใบไม้ร่วง สเนปวางชามอ่างลงบนพื้นเพื่อเป็นการกันไว้ก่อนในกรณีที่อาจจะเกิดการผิดพลาดอะไรขึ้น แล้วจึงวางไม้กายสิทธิ์ของพอตเตอร์ไว้ข้างๆ จากนั้นก็ยืนพิงกำแพง เอามือกอดอก แล้วปั้นหน้าให้ดูถมึงทึงมุ่งร้ายหมายขวัญที่สุดเท่าที่จะทำได้

เขาได้ซักซ้อมบทพูด "ต้อนรับ" ของตนมาหลายวันแล้ว แถมค่อนข้างจะภูมิอกภูมิใจเสียด้วย มันเป็นผลงานชิ้นที่โหดร้ายทำลายน้ำใจอย่างร้ายแรงที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมาของเขา หรือจะเรียกว่าหลายสิบปีก็ได้ เขาตั้งใจจะเปิดฉากสวดให้เต็มเหนี่ยวคนเดียวตั้งแต่ต้นจนจบไปเลย ต้องทำให้เจ้าเด็กนี่สำนึกว่ามันเป็นความผิดของใครและต้องชดใช้อย่างไรจึงจะสาสม จากนั้นเขาก็จะขู่ให้เจ้าเด็กเหลือขอนี่กลัวจนหางจุกตูดหนีออกไปที่ระเบียงทางเดิน แล้วกระแทกประตูปิดใส่หน้ามันเสียให้สะใจ

เมื่อลำแสงสุดท้ายของตะวันจางลับไป ก็มีเสียงดังเปรี๊ยะเบาๆ แล้วพอตเตอร์ซึ่งเปลือยล่อนจ้อนเว้นแต่แว่นตาอันเดียวบนดั้งจมูกก็ก้าวออกมาจากชามอ่าง "แอกซิโอ ช็อกโกแล็ต" เขาเรียก เคาะไม้กายสิทธิ์กับมือตัวเอง แล้วรีบแกะห่อแท่งช็อกโกแล็ตที่ลอยมาหากินอย่างตะกรุมตะกราม

"เยี่ยมสุดๆ อยากกินแทบแย่มาตั้งเป็น เดือนๆ แน่ะ" เขาพูดอย่างมีความสุข ไม่จำเพาะเจาะจงว่าบอกใคร "อ้อ สวัสดีครับ อาจารย์ เห็นเสื้อผ้าของผมไหม?"

~*~*~*~

Or "Gape-a-Grin," or "Toad-gone-wrong,"
Or "Billy-Bandy-Knees."
The frog is justly sensitive
To epithets like these.

 

ข่าวเกี่ยวกับพอตเตอร์แพร่สะพัดไปไวเหมือนเคย ไม่ถึงชั่วโมงหลังพอตเตอร์กลับคืนสู่ร่างมนุษย์ แบล็กก็ปรากฏตัวขึ้นในเตาผิง ในห้องนั่งเล่นของสเนป "แฮร์รี่! ไหนบอกฉันซิว่าเธอไม่เป็นไร"

"ผมสบายดีฮะ ซิริอัส"

"ฉันหมายถึงว่า เธอปกติดี ไม่เป็นไรจริงๆ ใช่ไหม" แบล็กถลึงตาจ้องไปยังสเนป สเนปตรวจรายงานต่ออย่างสงบ

"เอ ผมก็ดูปกติดีไม่ใช่รึ?"

"ให้ตายเถอะ เธอใช้เวลาตลอดฤดูร้อนอยู่ในชามอ่างที่เต็มไปด้วยน้ำนะ!"

"ยังดีกว่าไปอยู่ในห้องบุนวมที่เซนต์มังโก คุณว่างั้นมั๊ยฮะ?" พอตเตอร์พูดนิ่มๆ

แบล็กเงียบไปอึดใจหนึ่ง เมื่อเขาเอ่ยอีกครั้งเสียงของเขาก็อ่อนลง "ฉันคิดว่าพวกเขาคงบอกเธอแล้วเรื่องที่เธอได้รับเหรียญตราแห่งเมอร์ลิน"

"อือ" พอตเตอร์จุ่มนิ้วลากผ่านน้ำในชามอ่างกบ "นั่นหินก้อนโปรดของผม ก้อนนั้นน่ะ ผิวสัมผัสวิเศษไปเลย"

"แล้วก็ไอ้ท่านั่นที่เธอทำตอนปะทะกับฝูงแม่มดเฒ่า?" แบล็กเลียนท่าแสร้งโจมตีจากด้านซ้ายและขวา เขากวัดแกว่งไม้กายสิทธิ์ "พวกเขาเรียกมันว่าแผนลวงพอตเตอร์"

"อือ"

"รัฐมนตรีคนใหม่เตรียมงานพิธีไว้พร้อมแล้ว ทันทีที่เธอหายดี พวกเขาอยากจะมอบตราอินทรีทองคำให้เธอด้วยนะ แฮร์รี่ ขนาดดัมเบิลดอร์ก็ยังไม่เคยได้เลยนะเนี่ย"

มีแต่ความเงียบอยู่ครู่ใหญ่

สเนปชี้หินอีกก้อนหนึ่ง "เขาก็ชอบก้อนนั้นมากเหมือนกัน"

~*~*~*~

สเนปเงยหน้าขึ้นจากรายงานที่เขียนได้ย่ำแย่เกินอภัยของเด็กปีหนึ่ง มาเห็นพอตเตอร์นั่งอยู่บนเก้าอี้ท้าวแขนตัวที่ดีเป็นอันดับสองของเขา แม้จะยากแต่เขาก็สะกดอาการสะดุ้งไม่ให้แสดงออกได้สำเร็จ

"เพิ่งประชุมกับอัลบัสมาฮะ" พอตเตอร์บอก เขาใส่เสื้อผ้าของสเนป ของเขาเองนั้นคับเกินไปเสียแล้ว เสื้อกั๊กสีครามของสเนปดูรับกับเขาดีกว่าชุดสีฉูดฉาดแบบที่เขาใส่เป็นประจำ

"เขาบอกว่าผมยังเข้าสอบ ส.พ.บ.ส. ไม่ได้จนกว่านักเรียนปีที่เจ็ดรุ่นนี้จะสอบกัน เขายังบอกด้วยว่าในเมื่อผมได้เป็นผู้ช่วยสอนแล้ว ผมต้องเรียกเขาว่าอัลบัส"

"งั้นรึ" สเนปตรึกตรอง แล้วเขียนข้อความลงบนหัวกระดาษ แม้แต่ความโง่เง่าในการสรุปสมมติฐานของเธอ ก็ไม่อาจเป็นข้อแก้ตัวให้กับความด้อยคุณภาพของรายงานฉบับนี้ได้

"งั้นให้ผม -"

"อย่าแม้แต่จะคิดเชียว มิสเตอร์พอตเตอร์"

"ครับ อาจารย์"

~*~*~*~

เสียงระฆังเตือนดังกังวานอย่างซื่อสัตย์ตอนเที่ยงคืน สเนปสลัดความฝันอันคลุมเครือ เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและละไอจางหลังการใช้เวทย์มนต์ทิ้งไป เขาไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองหันไปมองหาผีที่ช่องกำแพง

ในห้องทำงานอันเงียบสงัด เขาเติมผงลาร์คเวิร์ทลงในหม้อใหญ่ แล้วค่อยๆ คนน้ำยาในทิศตามเข็มนาฬิกาอย่างระมัดระวัง เป็นเวลานานเท่ากับการท่องคำปฏิญาณเหรียญตราแห่งเมอร์ลินสองจบ จากนั้นเขาก็ดับไฟแล้วปิดฝาหม้อยา

ยังมีแสงไฟไหวระริกอยู่ในห้องนั่งเล่น เขาแง้มประตูเปิดออก และพบพอตเตอร์นอนหลับอยู่บนเก้าอี้ยาว

เขาคลุมร่างที่นอนนิ่งไม่ไหวติงนั้นด้วยผ้าห่ม ถอดแว่นตาออกให้ และวางมันไว้บนกองหนังสือ หลังจากหยุดคิดชั่วครู่ เขาก็เรียกน้ำเย็นแก้วหนึ่งมาวางที่ข้างๆ แว่นตา จากนั้นเขาก็ดับเทียนแล้วกลับไปนอน

เขาตื่นก่อนฟ้าสางเช่นเคย น้ำในแก้วพร่องไปครึ่งหนึ่ง และพอตเตอร์ก็ยังคงหลับสนิทอยู่บนเก้าอี้ยาว

เขาถอนหายใจอย่างหงุดหงิดปนขัดเคือง ร่ายมนต์ยกร่างหนุ่มน้อยที่กำลังหลับพร้อมด้วยผ้าห่มทั้งกองขึ้นมาแล้วจัดการส่งไปยังเตียงนอน เขาส่งแก้วน้ำและแว่นตาตามไปด้วย จากนั้นก็นั่งลงบนเก้าอี้ยาวเพื่อตรวจงาน

เกือบสิบโมงเช้ากว่าพอตเตอร์จะตื่น สเนปเดินไปถึงประตูและเห็นว่าเขากำลังควานหาแว่นตาบนโต๊ะหัวเตียง "ผมอยู่บนเตียงคุณ" เขางึมงำ เว้นวรรคกลางประโยคเพื่ออ้าปากหาวเต็มพิกัด "ทำไมน่ะ?"

"เพราะว่าเธอเกะกะเก้าอี้ยาวของฉัน"

"อ้อ" เขาหาวอีก "ผมว่าผมกลายเป็นพวกตื่นกลางคืนไปแล้วล่ะ"

"ขี้เกียจมากกว่า" สเนปเรียกน้ำมาอีกแก้วหนึ่ง "ถ้าเธอไม่มีที่ไหนจะไปทำตัวให้เป็นประโยชน์ละก็ ลุกขึ้นแต่งตัวให้เรียบร้อย แล้วเริ่มทำความสะอาดหม้อยาได้แล้ว"

~*~*~*~

พอตเตอร์ใช้เวลาตลอดบ่ายเสกมนต์ทำความสะอาด ลับมีด และบดกระดูกตัวกินแมลงให้เป็นผงด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งยวด - งานหลังสุดนี่น่าหงุดหงิดเป็นพิเศษเพราะต้องทำโดยไม่ใช้เวทย์มนต์ ถ้าไม่อยากเสี่ยงให้มันระเบิดเปรี้ยงปร้างละก็

กระทั่งถึงเวลาอาหารค่ำสเนปจึงเพิ่งรู้สึกว่าพอตเตอร์ไม่ได้พูดอะไรอย่างอื่นเลย นอกจากคำพูดจำพวก "ตรงนี้รึ?" และ "คุณต้องการความเข้มข้นขนาดนี้ใช่ไหมฮะ?" และ "ผมจะเก็บนี่ไว้เผื่อใช้ตอนกักบริเวณนักเรียน ดีไหม?" -- ประโยคหลังนี่มาพร้อมรอยยิ้มมุมปากซึ่งเตือนให้สเนปนึกเห็นภาพเจ้ากบลอยขึ้นมาชัดแจ๋ว

พอตกกลางคืนพวกเขาก็หยุดงานมากินแซนด์วิชกันอย่างเงียบๆ จากนั้นสเนปก็ทำงานต่อ โดยปรุงส่วนผสมพื้นฐานสำหรับการใช้ปรุงยาที่ใช้กินทั้งหลาย ส่วนพอตเตอร์ โดยไม่ต้องให้บอก เขาก็เริ่มขยี้ใบเสจแห้งด้วยมือจนได้ความเหนียวหนืดพอเหมาะในการทำขี้ผึ้งทาแผล

สเนปดูเขาขยี้สมุนไพร พยายามมองหาอากัปกิริยาประหม่าว้าวุ่นซึ่งเคยรบกวนความสงบในชั้นเรียนของเขาอย่างเหลือแสน พอตเตอร์เหลือบตาขึ้นมาสบแล้วเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม นิ้วของเขายังคงขยี้ใบเสจไปเรื่อยๆ

"แค่สงสัยน่ะ" สเนปพูด "ว่าเราจะเห็นพัฒนาการในทางที่ดีแบบนี้อีกไหม ถ้านักเรียนทุกคนของเราใช้เวลาตลอดปิดเทอมฤดูร้อนหลังการเรียนปีที่เจ็ดอยู่ในร่างสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ"

ขนตาของพอตเตอร์หลุบลงแล้วยกขึ้นอีกครั้ง ด้วยเหตุผลบางอย่างมันดูจะบ่งถึงความขบขัน "แหม" เขาว่า "อย่างน้อยมันก็ช่วยกำจัดแมลงวันนะ"

~*~*~*~

เมื่อสเนปโผล่ออกมาจากห้องนอนตอนรุ่งสาง ก็มีกองผ้าห่มหน้าตาคุ้นๆ กองแหมะอยู่บนเก้าอี้ยาวของเขา เขาจุดเทียน กองผ้าห่มขยับยุกยิก แล้วพอตเตอร์ก็ลุกขึ้นกึ่งนั่งกึ่งนอน เขาใส่เสื้อนอนของสเนปอยู่

"เธอไม่มีห้องของตัวเองรึไง?"

พอตเตอร์ขยี้ตา "แห้งไปฮะ" เขาพูดเสียงแหบๆ

"เฮ้อ เอ้า ก็ได้"

พอตเตอร์ส่งยิ้มกระจ่างให้เขา หอบกองผ้าห่มขึ้นแล้วเดินเฉียดผ่านสเนปเข้าไปในห้องนอน

สเนปส่ายหน้า "Duco แว่นตา" เขาพูด ส่งมันลอยตามเจ้าของเข้าไป

~*~*~*~

สเนปกำลังเริ่มนึกถึงมื้อเที่ยง เมื่อเก้าอี้ที่เขานั่งยวบลงนิดหนึ่ง เขาหันมองข้ามไหล่ไป และพบว่าพอตเตอร์ซึ่งแต่งตัวเรียบร้อยขึ้นหน่อยกำลังชะโงกข้ามพนักเก้าอี้มา

"ให้ช่วยไรมั้ยฮะ?"

สเนปมองลงไปยังม้วนกระดาษที่เขากำลังตรวจ "ฉันยังไม่ได้ทำงานหนักเกินไปถึงขั้นจะยอมปล่อยให้เธอมาทำลายงานสอนของฉันหรอกน่า"

พอตเตอร์เดินอ้อมมานั่งลงบนเก้าอี้ยาว วันนี้เขาเลือกใส่เสื้อกั๊กสีเขียวอ่อน มันขับสีตาของเขาให้โดดเด่นได้ไม่เท่ากับเสื้อที่มีสีเข้มกว่า "งั้นไปเอาอาหารเที่ยงมาให้นะ?"

"เธอไม่อยากไปกินในห้องโถงใหญ่รึ?"

"ไม่เชิงฮะ หนวกหูน่ะ" เขาเปิดฝาโถใส่ผงฟลู

"แซนด์วิชวอเตอร์เครสละกัน" สเนปบอก ครู่หนึ่งหลังจากนั้น เขาก็แถมท้ายว่า "ขอบใจ"

~*~*~*~

เมื่อพอตเตอร์ลุกเพื่อจะไปหยิบผ้าห่มสำรองจากหีบใส่ของอีก สเนปก็ทำหน้าบึ้งใส่

"คุณไม่พอใจรึฮะ?"

"ที่นี่ไม่ใช่โรงแรมนะ มิสเตอร์พอตเตอร์" สเนปกล่าว "ฉันจะพอใจมากกว่า ถ้าไม่มีร่างของใครต่อใครมานอนเกะกะเรี่ยราดอยู่ในห้องนั่งเล่นของฉัน"

"อ้อ นั่นสินะ" พอตเตอร์พูดเสียงขื่นๆ

"ไร้สาระที่สุด" สเนปพูดต่อ ย่างสามขุมเข้าไปในห้องนอนโดยทิ้งประตูเปิดคาไว้ "ในนี้ยังมีที่ว่างอีกตั้งมาก พอที่จะเสกเตียงเหมาะๆ สักหลังไปตั้งไว้อีกฟากของตู้นั่นหรอกน่ะ"

~*~*~*~

มันราวกับเขาได้ย้อนเวลากลับไปอยู่หอพักอีกครั้ง เมื่อลืมตาขึ้นพบว่าโต๊ะข้างเตียงซึ่งมักจะว่างโล่งของเขาถูกกองสุมไปด้วยไม้กายสิทธิ์ของพอตเตอร์ แว่นตา แก้วน้ำสองแก้ว และหนังสือรวมภาพควิดดิชอีกสี่เล่ม สเนปยอมให้ตัวเองหวนคำนึงถึงอดีตอยู่ครู่เดียว แล้วก็เอื้อมมือหยิบไม้กายสิทธิ์ของตนมาและพึมพำเวทย์มนต์เปลี่ยนรูปร่าง

ด้วยเหตุผลบางประการ ขณะที่มันขยายขนาดให้ใหญ่พอสำหรับใช้สองคน โต๊ะข้างเตียงก็สร้างที่ดึงลิ้นชักของมันออกมาเป็นรูปหัวมังกร สเนปขยับจะเปลี่ยนมันกลับเป็นปุ่มกลม แต่แล้วก็ตัดสินใจว่าเขาชักจะชอบๆ มันแบบนี้

~*~*~*~

"ทฤษฎีเวทย์มนชั้นสูงนี่มัน น่าทึ่งสุดๆ เลยนะแฮร์รี่ แล้วฉันก็เริ่มจะจับเคล็ดเวทย์มนต์กรีกโบราณได้แล้วด้วย" เกรนเจอร์พูด ถ้วยชาที่ยังไม่ถูกแตะต้องวางอยู่บนตัก ริ้วรอยแผลเป็นบนแก้มของเธอจางสีลงพอที่จะไม่เป็นที่สังเกตอีกต่อไป โดยเฉพาะเมื่อดูเปรียบเทียบกับห่วงจมูก แถมด้วยเปียเส้นเล็กๆ ย้อมสีน้ำตาลอมแดงด้วยมนต์เฮนน่าที่เธอถักติดหนังหัวจนเต็มละก็ "แล้วก็ ศาสตราจารย์สเนปคะ งานของอาจารย์ได้ลงในหนังสือ 'การปรุงยา ประวัติศาสตร์และทฤษฎี' ตั้ง บทนึงเต็มๆ แน่ะ"

ข้างๆ เธอ วีสลีย์กำลังฉีกเดอะพรอเฟ็ตออกเป็นชิ้นๆ อย่างสม่ำเสมอดุจเครื่องจักร ผมของเขาถูกกระหน่ำเวทย์ใส่อย่างไม่ปราณีปราศัยจนกระทั่งยอมเข้าที่ดี เขาผูกเนคไทกริฟฟินดอร์เส้นเก่าของตนและใส่เสื้อกั๊กซึ่งเห็นได้ชัดว่ารับใช้ชาติมานานกว่าเจ้าของของมันแน่ๆ "ที่กระทรวงกำลังมั่วสุดๆ" เขาพูด "อย่างน้อยพวกเขาก็เตะโด่งฟัดจ์ออกไปแล้ว ไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะมี สมอง มากพอที่จะทำเรื่องยุ่งได้ขนาดนี้ เพอร์ซี่ดูท่ายังกะจะสติแตกอีกรอบ"

"ฉัน บอก เธอแล้วนี่ เธอน่าจะไปเข้าคอร์สลดความเครียดกันซักคอร์สนึง ไปกันให้หมดน่ะแหละ" เกรนเจอร์ว่า "เธอตัดสินคนอื่นๆ ทั้งหมดโดยใช้ทรีลอว์นีย์เป็นเกณฑ์ไม่ได้นะ โยคะกับนั่งสมาธิช่วยฉันกับลาเวนเดอร์ได้ เยอะ เลย"

"อย่าได้ ถาม เค้าเรื่องอโรมาเทอราปีเชียว" วีสลีย์แอบกระซิบบอกพอตเตอร์โดยพยายามไม่ขยับปาก "เฮ่อ" พอตเตอร์ยิ้มให้เขาแต่ไม่พูดอะไร

"เอ่อ ว่าแต่ แฮร์รี่ มันเป็นยังไงน่ะไอ้การกลายเป็นกบนี่?" เกรนเจอร์ถามอย่างลังเล "สยองมากไหม?"

"ไม่เลย" พอตเตอร์บอก "มันเยี่ยมมาก มีเวลาให้คิดอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะ"

"เธอคิดเรื่องอะไรเหรอ?"

พอตเตอร์ยิ้มด้วยท่าทางเคลิ้มฝัน "แมลงวัน ส่วนใหญ่น่ะนะ" เขาบอก

~*~*~*~

ประตูบานนอกปิดดังกริ๊กขณะที่สเนปกำลังเริ่มคนน้ำยาพื้นฐานที่จะใช้สำหรับทำยาพริกไทย ครู่ต่อมาพอตเตอร์ก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน

สเนปคนน้ำยาต่อ ทำปากขมุบขมิบนับจำนวนครั้งไปด้วย พอตเตอร์เหวี่ยงถุงของเขาลงบนโต๊ะ หาถุงมือยางมาได้คู่หนึ่ง แล้วก็เริ่มแกะและสับเมล็ดพริกไทย

เมื่อคนตามเข็มนาฬิกาถึงครั้งที่สองร้อย สเนปก็ยกทัพพีขึ้นจากหม้อใหญ่ พอตเตอร์ผลักชามใส่เมล็ดมัสตาร์ดไปให้ในระยะเอื้อมถึง จากนั้นก็เรียงกระเทียม น้ำส้มสายชู และพริกไทยสับสดใหม่ไว้เป็นแถว "เริ่มเรียนซ่อมวิชาหายตัวกับมาดามฮูชวันนี้ฮะ" เขากล่าว "เพราะงี้ผมเลยมาสาย"

"ฉันไม่ทันสังเกตแฮะ" สเนปพูด เขาเติมกระเทียมลงไป พอตเตอร์ร่ายมนต์ยกชามเปล่าให้ลอยไปที่อ่างล้างอุปกรณ์ "ยังมีปัญหาเรื่องจุดศูนย์เหมือนเมื่อก่อนไหม?"

"ม่าย" พอตเตอร์วางที่ตีไข่ไว้ข้างศอกขวาของสเนป ตัวเขามีกลิ่นพริกไทยฉุนกึก "คิดไม่ออกเลยว่าทำไมเมื่อก่อนมันถึงได้ยากนัก ตอนนี้ยังกะปอกกล้วยเข้าปาก ก็เหมือนกับการเป็นกบน่ะแหละ จริงๆ นะฮะ"

~*~*~*~

เมื่อสเนปกลับมาจากการพยายามป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมในชมรมการต่อสู้ตัวต่อตัว เขาก็พบชามอ่างใส่น้ำจนเต็มวางอยู่บนโต๊ะในห้องนั่งเล่น มีกบสีเขียวตัวเป้งตัวหนึ่งอยู่ในชามนั้น

เขามองดูมันอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงชี้ไม้กายสิทธิ์ไปทางมัน "Animagum restituo"

พอตเตอร์ซึ่งคราวนี้ใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยดีก้าวออกมาจากชาม "แหม ขอบคุณฮะ" เขาพูด แล้วกระโดดลงจากโต๊ะ เท้าเปล่ากระแทกพื้นดังปึ้ก "ต้องคุยกับมิเนอร์ว่าอีกซักหน่อยละ นึกว่าจับจุดวิธีเปลี่ยนร่างกลับได้แล้วเชียว"

เขาก้มลงมอง "อุ๋ย ขอโทษฮะ"

สเนปก้มลงมองตาม แล้วก็เห็นน้ำหกนองเป็นแอ่งอยู่รอบเท้าที่เผือดขาวและมีหลังเท้าโค้งสูงอย่างประหลาดของพอตเตอร์ กว่าเขาจะนึกได้ว่าจะเสกคาถาให้น้ำแห้ง พอตเตอร์ก็จัดการไปเรียบร้อยแล้ว

~*~*~*~

"มาดามฮูชบอกว่าให้ผมช่วยเธอคุมทีมควิดดิชได้" พอตเตอร์กล่าว เขาเลียนเสียงแหลมสูงของมาดามฮูช "เธอนี่คอยแต่จะตามตอแยกวนใจฉันตลอดเลยนะ พอตเตอร์ งั้นก็มาทำตัวให้เป็นประโยชน์ซะเลยดีกว่า" เขาโยนเสื้อคลุมพาดลงไปบนโต๊ะ ปรายตามองสเนป หยิบมันขึ้นมาใหม่ แล้วเอาไปแขวนไว้บนที่แขวนเสื้อคลุม

สเนปตวงผงลูกจันท์เทศบดใส่ลงในหม้อยา "วางแผนประกอบอาชีพด้วยการทำตัวเองให้เกะกะเข้าไว้ อย่างนั้นรึ?"

พอตเตอร์เดินเลียบไปตามเคาท์เตอร์ ซึ่งบรรดาส่วนผสมหลากหลายวางเรียงรายอยู่ "เปลือกมะนาวเชื่อม อบเชย ลูกเกด -" เขาหยิบขวดใบหนึ่งขึ้นมาแล้วหรี่ตาอ่านลายมือของสเนปบนฉลาก "แอปเปิ้ลบรั่นดี? ผมไม่รู้จักยาชนิดนี้แฮะ"

"ฟรุตเค้ก"

พอตเตอร์อ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ หลังจากนั้นชั่วขณะเขาก็ยักไหล่ แล้วร่ายมนต์เรียกมีดสับ "คุณอยากให้วอลนัทนี่ละเอียดแค่ไหนฮะ?"

~*~*~*~

ณ เวลาเที่ยงคืน เมื่อระฆังเตือนสิ้นเสียง ม่านรอบเตียงของพอตเตอร์ก็ยังคงเปิดอ้าอยู่ สเนปลุกจากเตียง บีบน้ำค้างจากใบโคลเวอร์ใส่ลงไปในน้ำยานอนหลับสองหยดพอดีเป๊ะ ปิดฝาหม้อ และดับไฟที่ต้มยาเสีย

พอตเตอร์นอนหลับคาเก้าอี้ยาวทั้งที่ยังใส่เสื้อเชิ้ตกับกางเกงครบชุด แว่นตาก็ยังสวมคาอยู่บนดั้งจมูก ตำราวิชาหายตัวของเขาเปิดค้างอยู่บนตัก

สเนปพึมพำร่ายมนต์เคลื่อนย้ายอันหนึ่งซึ่งถือว่าค่อนข้างจะนุ่มนวลเมื่อเทียบกับอันอื่นๆ แล้วก็เดินนำเข้าไปในห้องนอน ร่างที่นอนหงายของพอตเตอร์ลอยตามหลังมา เมื่อจัดการให้หนุ่มน้อยผู้กำลังหลับสนิทลงนอนบนเตียงเรียบร้อย เขาก็ขยับแว่นตาถอดออกให้อย่างเบามือ ทว่าแพขนตาดำสนิทของอีกฝ่ายขยับขึ้น

พอตเตอร์หยีตามองเขา สายตาตวัดลงมายังคอปกเสื้อนอนที่เปิดอ้าของเขาแล้วมองกลับขึ้นไปที่ใบหน้า ก่อนจะกวาดตามองไปรอบห้องอย่างสะลึมสะลือ

"ผมไม่ได้อยู่บนเตียงคุณ" เปลือกตาเขาเลื่อนปิดลง "ทำไม?"

สเนปตรึกตรอง "ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน" เขาบอก ความรู้สึกที่บีบแน่นในอกของเขาเกือบจะเหมือนกับความกลัว แต่ก็ไม่เชิง

"ราตรีสวัสดิ์ฮะ อาจารย์" แฮร์รี่งึมงำ

สเนปคลึงตาข้างซ้าย "อรุณสวัสดิ์ มิสเตอร์พอตเตอร์" เขาพูด และเดินออกไปเตรียมการสอนของวันนี้

~*~*~*~

ตอนที่สเนปกลับมาจากการสอนช่วงบ่าย ห้องนั่งเล่นก็อบอวลไปด้วยกลิ่นยาขัดไม้กวาด แฮร์รี่กำลังรื้อค้นตู้ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้เคยเป็นตู้เก็บถ้วยชามสำรอง

"อ๊ะ สวัสดี อาจารย์" เขาพูดเสียงอู้อี้ขณะดึงเสื้อคลุมควิดดิชอย่างเป็นทางการสีเงินสวมลงทางศีรษะ "จะไปดูการแข่งขันไหมฮะ?" เขาบีบต้นแขนของสเนปขณะที่เดินผ่าน "เราจะขยี้คุณให้ราบเลย" เขาเสริมแล้วแวบออกประตูไป

"ก็ต้องคอยดูกันไปล่ะ" สเนปร้องบอกไปทางระเบียงทางเดิน เขาวางมือประทับรอยอุ่นวาบอย่างประหลาดบนต้นแขนของตน

~*~*~*~

สเนปเพิ่งรูดม่านรอบเตียงปิดและจุดเทียนเพื่อจะอ่านหนังสือก่อนนอนสักสองสามนาที เมื่อเขาได้ยินเสียงหัวเราะเฮฮาและเสียงตะโกนแสดงความยินดีดังมาจากทางระเบียง ครู่ต่อมาเขาก็ได้ยินเสียงแฮร์รี่เดินผ่านห้องนอนไปยังห้องอาบน้ำ

เสียงน้ำไหลซ่าๆ ทำให้เขาง่วงนอน และเขาก็วางหนังสือลงพอดีกับที่ได้ยินเสียงประตูเปิด มีเสียงเสื้อผ้าดังสวบสาบ แล้วม่านรอบเตียงเขาก็ถูกรวบเปิดออกดังแกรก

แสงวับแวมจากเปลวเทียนแตะแต้มเงาสลัวให้กับดวงตาของแฮร์รี่ ร่างของเขาเปลือยเปล่า นานอึดใจใหญ่ที่เขายืนวางมือนิ่งบนม่าน ประดุจพ่อมดผู้ซึ่งเปิดฝาหม้อยาที่กำลังเดือดพล่าน และทราบดีพอที่จะปล่อยให้แรงดันของไอน้ำเดือดลดลงก่อนที่จะดำเนินการใดๆ ต่อ

"นะฮะ?" เขากล่าวในที่สุด

สเนปกลืนน้ำลาย "ก็ได้"

แฮร์รี่กดเขาให้พิงลงกับหมอนและจูบเขาช้าๆ ลิ้มรสทุกส่วนซอกของปากเขา แขนของสเนปเลื่อนไปโอบรอบบ่าของแฮร์รี่แล้วดึงน้ำหนักอันอบอุ่นให้ทาบทับลงมาบนร่างตน เสียงแฮร์รี่ถอนหายใจแผ่วอยู่ข้างหู สเนปสะท้านเยือกแล้วแหงนเงยขึ้นรับการจุมพิตอีกครั้ง

เขาไล้มือทั้งสองข้างระเรื่อยลงมาตามแผ่นหลังกว้างอบอุ่นของแฮร์รี่ ขณะที่แฮร์รี่พรมจูบตามแก้ม สันกราม และลำคอของเขา - และแล้วแฮร์รี่ก็ปลดกระดุมเม็ดเสื้อเม็ดบนของเขาออก แล้วประทับรอยจุมพิตร้อนผ่าวลงบนแอ่งเล็กๆ ด้านหน้าลำคอ สเนปดันตัวขึ้นอย่างกระทันหัน พลิกกดร่างของอีกฝ่ายไว้เบื้องล่าง แล้วจูบเขาอย่างดุดัน

มือของแฮร์รี่สอดเข้ามาใต้ชายเสื้อ และสเนปก็ลุกขึ้นคุกเข่า คร่อมต้นขาของแฮร์รี่ แล้วดึงเสื้อถอดออกทางศีรษะ

แฮร์รี่เอนตัวลงพิงกองหมอนและช้อนตามองผ่านแพขนตาไปยังสเนป เขายกมือข้างหนึ่งขึ้นมา ลากปลายนิ้วช้าๆ ชวนให้จั๊กจี้เป็นทางตามแนวไหปลาร้าของสเนป ด้วยความรู้สึกไม่มั่นคงผิดธรรมดา สเนปจึงนิ่งอยู่ในท่านั่งคุกเข่าขณะที่แฮร์รี่ดูดดื่มเขาด้วยสายตา นิ้วของแฮร์รี่ไล่พลิ้วแผ่วระเรื่อยลงมาตามแผ่นอก นิ้วหัวแม่มือเบียดสัมผัสส่วนยอดดุจไม่ตั้งใจ เลื่อนผ่านหน้าท้องไปวนเป็นวงรอบสะดือ ก่อนจะวาดไล้ตามรอยโค้งของสะโพก

ในที่สุดแฮร์รี่ก็ลากปลายนิ้วเย็นๆ ขึ้นไปตามแก่นลำตัวของเขา สเนปสูดลมหายใจสั่นสะท้าน ขณะแฮร์รี่สำรวจเขาอย่างนุ่มนวลด้วยปลายนิ้วโดยไม่ละสายตาจากหน้าเขาแม้เพียงอึดใจ

แฮร์รี่ยึดกุมเขาแน่นขึ้น สเนปหอบฮัก มือทั้งสองกำแน่นจนเป็นหมัดอยู่บนต้นขา ลมหายใจของแฮร์รี่เองก็เริ่มกระชั้นขึ้น และสเนปรู้สึกถึงความปรารถนาอันฉับพลันรุนแรงที่จะสัมผัสเขา จูบเขา เขาผลักมันออกไปจากใจและยอมนิ่งอยู่กับที่ ปล่อยให้แฮร์รี่กวาดไล้เขาด้วยสายตา

แฮร์รี่เห็นการยอมจำนนของเขาและยิ้ม เพิ่มแรงกระชับขึ้นอีกแล้วจึงเริ่มขยับมือ - มันเป็นการเคลื่อนขยับช้าๆ ด้วยแรงกดสม่ำเสมอ แบบเดียวกันกับที่สเนปใช้ในโอกาสนานๆ ครั้งซึ่งเขาปลดปล่อยตัวเอง ฉับพลันเขาก็เกิดรู้สึกเชื่อมั่นอย่างเหลวไหลขึ้นมาทันทีว่าแฮร์รี่ รู้ และนั่นก็ทำให้เขาสะดุดหายใจเข้าอย่างแรงและผลักตัวเองเข้าสู่กำมือที่เริ่มฉ่ำลื่นของแฮร์รี่ ขณะเดียวกับที่ความสุขซ่านคลี่ขยายอยู่ในแนวสันหลัง

แฮร์รี่อ้าปากหายใจหอบระรัว มือของเขาเคลื่อนไหวเร็วขึ้น แรงขึ้น - ช่างสมบูรณ์แบบ - สเนปหลับตาแล้วเหวี่ยงศีรษะเงยไปด้านหลังพร้อมความสุขสุดยอดที่ระเบิดโพลงกระจายทั่วแผ่นอกและท้องของแฮร์รี่ ทั่วมือที่ยังขยับไหวอยู่ของเขา

มืออีกข้างของแฮร์รี่ลูบขึ้นมาตามต้นขาที่กำลังสั่นระริกของสเนป ไล้เรื่อยระขึ้นจนถึงสะโพก แล้วดึงเขาลงมา สเนปโอนอ่อนตามแรงดึง ยังคงเบียดบดเข้าสู่กำมือของแฮร์รี่เพื่อไล่ตามหยาดสุดท้ายแห่งแรงอารมณ์ เขาจูบแฮร์รี่และยังจูบอยู่ขณะที่แฮร์รี่เสียดกายกระตุกเกร็งอยู่แนบสะโพกของเขา มือขยุ้มยึดแผ่นหลังเขาไว้แน่นพลางหอบหายใจสะท้าน แลวแฮร์รี่ก็บรรลุถึงความหฤหรรษ์เช่นกัน มันถาโถมท่วมท้นทั่วของพวกเขาทั้งคู่ และมันช่างเลอะเทอะและลื่นและงุ่มง่ามและสมบูรณ์แบบ สมบูรณ์แบบ สมบูรณ์แบบ...

~*~*~*~

ตอนเที่ยงคืน เมื่อเสียงระฆังดัง สเนปยังคงนอนเหยียดพาดทับอยู่บนแผ่นอกของแฮร์รี่ในท่าที่สิ้นสง่าราศีอยู่ เขาใช้ศอกข้างหนึ่งยันตัวขึ้น แตะวงหน้าที่กำลังหลับพริ้มด้วยปลายนิ้ว แล้วดึงเสื้อคลุมนอนออกจากตะขอแขวนมาสวม และเดินไปยังห้องทำงานเพื่อจัดการกับภาระหน้าที่ในยามค่ำคืน

ยาแก้ปวดหัวกำลังหนืดข้นได้ที่พอดี สเนปเติมใบมาเธอร์เวิร์ทลงไป แล้วเริ่มลงมือคนน้ำยาในทิศทวนเข็มนาฬิกา

เสียงประตูห้องทำงานขยับเปิดออกเบาๆ และเขาได้ยินเสียงเท้าเปลือยเปล่าของแฮร์รี่เดินบนพื้นหิน เครื่องแก้วกระทบกันดังกรุ๊กกริ๊กอยู่ที่ไหนสักแห่งข้างหลังเขา ขณะที่เขาพึมพำนับจำนวนครั้ง

เมื่อเขาคนน้ำยาถึงครั้งที่สองร้อย เขาก็หันกลับ แฮร์รี่กำลังขึงผ้าขาวบางทบสี่ชั้นอยู่บนปากของเหยือกแก้วปากกว้าง สเนปเทน้ำยาผ่านผ้าอย่างช้าๆ เพื่อกรองเอาชิ้นส่วนของเปลือกไม้และใบไม้ออก

เมื่อของเหลวหยดสุดท้ายผ่านลงไป แฮร์รี่ก็รวบผ้ากรองเข้าด้วยกันแล้วมองเขาเป็นเชิงถาม

"บิด แต่เบามือหน่อย" สเนปบอกเขา แล้วร่ายมนต์ยกหม้อใหญ่ไปที่อ้างล้าง ขณะแฮร์รี่ทำตามที่เขาบอก

เจ้าเด็กโง่นี่เปลือยล่อนจ้อนและอาจจะกำลังแข็งตาย สเนปทิ้งหม้อไว้ในอ่างและโอบแขนรอบร่างของแฮร์รี่จากด้านหลัง แฮร์รี่ถอนหายใจยาว ปล่อยห่อผ้าในมือลงบนเคาท์เตอร์ แล้วหันกายทั้งที่ยังอยู่ในวงแขนของเขามาซบหน้าลงบนไหล่ของสเนป

"คลุมมันเสียแล้วกลับไปที่เตียง" สเนปพึมพำ "ไว้พรุ่งนี้ค่อยทำความสะอาดก็ได้"

~*~*~*~

"ไปกินมื้อเย็นในห้องโถงใหญ่กันเถอะ" แฮร์รี่พูดเมื่อพวกเขาลุกออกจากเตียงได้ในที่สุด

สเนปเลิกคิ้ว "แค่มองพวกเราคนใดคนหนึ่งให้เต็มตาสักแวบ รับรองว่าไม่มีใครยังข้องใจได้อีกแน่ ว่าเราใช้เวลาตลอดวันเสาร์นี่ทำอะไรกัน"

แฮร์รี่มองเขาเฉยอยู่ หลังจากอึดใจหนึ่ง สเนปก็เดินไปที่ตู้เสื้อผ้าเพื่อรื้อหาเสื้อคอปิด "เอ้า ก็ได้" เขาว่า "แต่เธอต้องไม่ทำซอสฮอร์สแรดิชเปื้อนเสื้อกั๊กสีม่วงของฉันอีกนะ"

~*~*~*~

"คุณรู้มะ" แฮร์รี่เอ่ย จุ่มนิ้วลงในน้ำที่บรรจุอยู่ในชามอ่าง "เราน่าจะสั่งซื้อกบทางไปรษณีย์นกฮูก จากร้านสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำเบลล็อคนะ"

"ฉันดูเหมือนพวกรักสัตว์จี๋จ๋านักรึไง มิสเตอร์พอตเตอร์"

เจ้าเด็กบ้ากำลังยิ้ม "ไม่ชัวร์ๆ ผมเข้าใจผิดไปเองฮะ"

สเนปทำเสียงขึ้นจมูกเป็นเชิงหยาม "ก็น่าจะอย่างนั้น" เขาหยิบโถใส่ใบสเพิจลงมาจากชั้นวางของอันสูง "แต่ยังไงก็เถอะ ถ้าเธอรู้สึกว่ามันเงียบเหงาจนเกินจะทนรับไหวถ้าไม่มีพวกสัตว์เดรัจฉานมาอยู่ร่วมห้องด้วยสักหน่อยละก็ ฉันคิดว่าฉันก็คงจะพอกัดฟันทนได้อยู่หรอก"

"คุณนี่ใจดีจัง" แฮร์รี่ว่า เติมน้ำลงในหม้อใหญ่ "ตั้งไฟอ่อนรึต้มเดือดฮะ?"

No animal will more repay
A treatment kind and fair.
At least so lonely people say
Who keep a frog (and by the way,
They are extremely rare).

- Hilaire Belloc, "The Frog"

~ จบ ~

 


 

* หมายเหตุ: ตัวนิวท์ หรือซาลามานเดอร์ สะกดเป็นภาษาอังกฤษว่า newt ซึ่งพ้องกับคำย่อของการสอบ N.E.W.T. (ส.พ.บ.ส. - การสอบวัดความรู้พ่อมดเบ็ดเสร็จสมบูรณ์)

 


 

โอย กว่าจะโพสจบได้ มือหงิก...อ่านแล้วถ้ามีตรงไหนสะดุดขัดๆ ตายังไงก็อย่าลืมสละเวลามาเขียนบอกกันด้วยเน้อ ขอบคุณมากๆ จ้า ^o^/

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อืม
(ลองนึกภาพโดยเอาหน้าของตาเนปและแฮร์รี่ในหนัง)
แม่เจ้ากล้วยทอด ตูนึกอะไรออกไป ก้อด...
อ้าก ยังไงก็ไม่เข้ากันอย่างแรง ตาเนปกะเจ้าแฮรรี่เนี่ย อ้าก
แก่ราวพ่อกะลูก เฮ่อ..

#1 By elnas on 2005-11-20 21:49

อ่า เริ่มที่เจ้าชายกบ จบด้วย....

#2 By RayOn on 2005-11-21 09:57

นึกถึงหน้าเสนป ในหนังทำหน้าหื่นแล้ว

#3 By Alakazam (203.148.138.67 /203.148.158.123, 203.148.138.66) on 2005-11-22 14:15

ช่วงท้ายนี่แปลได้...มาก

แท้จริงแล้วคุณยายประกอบอาชีพแปลนิยายอีโรติดขายสินะ

#4 By Little Lamb on 2005-11-22 22:15

แอบหลอน คู่นี้ข้ามรุ่นไปหน่อย แต่แปลได้ดีนะคะ

มีตรงนึงเขียน สเนปเป็นสเปน เอ...หรือมี่เข้าใจผิดเองหว่า

#5 By มี่ส์ on 2005-11-26 16:35

สเนป > สเปน

เอิ้ก.... มีจริงๆ ด้วย แก้แล้วจ้า ขอบคุณมากๆ ^^;;

#6 By Choco on 2005-11-27 12:07

TT^TT
ทำไมบทสวีทมันน้อยจังอะ

ตอนแรกๆก็เป็นเจ้าชายกบ ^^"
ไปๆมาๆ ก็จับหนูเนะ กดซะงั้